ดวงตก คืออะไร และควรทำอะไรเมื่อดวงตก

เมื่อมนุษย์เราเกิดขึ้นมา ในช่วงระยะเวลการใช้ชีวิตของเราก็จะมีทั้งเวลาที่สุขและทุกข์ปะปนกันไป เรามักเรียกช่วงเวลาที่เราทำอะไรก็ดีไปหมด หยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จ แม้ไม่ได้ทำอะไรเลยก็กลับมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเองเสมอๆ ช่วงเวลาแห่งความสุขนี้เรามักเรียกกันว่าช่วงดวงขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม ช่วงเวลาที่เราทำอะไรก็ตามก็ไม่ประสบความสำเร็จ ล้มป่วยลงไม่สามารถทำงานได้ ประสบอุบัติเหตุ หรือมีเรื่องร้ายอื่นๆ ถาโถมเข้ามาหลายเรื่องแบบนี้เราเรียกว่าช่วงดวงตก

สาเหตุของดวงตก

ดวงตกตามความเชื่อแล้วเป็นช่วงเวลาที่ชะตาชีวิตของคนๆ นั้นอยู่ในช่วงอ่อนแอ ความคุ้มครองจากบุญกุศลที่เคยสร้างมาเบาบางลง เทพยาดาผู้คอยดูแลรักษาถอยห่างออกไป สาเหตุเนื่องจาก

  1. อยู่ในช่วงปีชง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่กฏแห่งกรรมเปิดโอกาสให้เราได้ชดใช้บาปกรรมที่ก่อไว้กับเจ้ากรรมนายเวร ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เพราะเหตุนี้เทวดาที่คุ้มครองเจ้าชะตาจึงถอยห่างออกให้เจ้าชะตาได้ชดใช้กรรมตามวาระ ตามสมควร เพราะสิ่งศักสิทธิ์นั้นไม่แปดเปื้อนกรรม ช่วงเวลาที่เราต้องชดใช้กรรมท่านจะไม่ยุ่ง
  2. พร่องศีลอย่างร้ายแรง เช่น ฆ่าสัตว์ใหญ่ อันรวมถึง มนุษย์ เป็นต้น กรรมประเภทนี้ส่งผลเร็วและรุนแรงกว่ากรรมประเภทอื่น ยิ่งถ้าอยู่ในช่วงปีชงด้วยแล้วพร่องศีลอย่างร้านแรงในปีนั้นด้วย ช่วงเวลานั้นคุณต้องชดใช้กรรมอย่างสาหัสสากรรจ์เลยทีเดียว
  3. อยู่ในสถานที่ที่ไม่ดี เช่น สถานที่อโคจร สถานเริงรมย์ สถานที่เหล่านี้เต็มไปด้วยผู้คนที่เริงรมย์อยู่กับกิเลสตัณหาเป็นส่วนใหญ่ สิ่งศักสิทธิ์มักไม่ชอบสถานที่แบบนี้ และสถานที่เหล่านี้มักเกิดเหตุทะเลาะวิวาทได้ง่าย การที่เราอยู่ในสถานที่แบบนี้อาจจะทำให้เราพลอยเดือดร้อนไปด้วย

วิธีบรรเทาผลกระทบเมื่อดวงตก

ส่วนใหญ่ในช่วงเวลาที่เราดวงตกมักเป็นช่วงเวลาที่เราต้องชดใช้กรรมเพราะฉะนั้นเราควรตั้งใจชดใช้กรรมให้หมด และควรหมั่นทำบุญเพื่อขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรด้วยความจริงใจ นอกเหนือจากนั้นแล้วยังมีการทำบุญตามความเชื่อเพื่อบรรเทาผลกระทบจากดวงตกได้ดังนี้

  1. การบริจาคเลือด – เชื่อกันว่าหากเราบริจาคเลือดแล้วจะสามารถบรรเทาเคราะห์กรรมอันที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุถึงขั้นเลือดตกยางออกได้เนื่องจากเราได้เสียเลือดเนื้อของเราเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นไปแล้ว จึงไม่ต้องเสียเลือดเสียเนื้อจากอุบัติเหตุอีก หรือถึงต้องผลกระทบก็จะเบาบางลง
  2. การบริจาคโลงศพ หรือ ไถ่ชีวิตสัตว์ – การบริจาคโลงศพถือว่าเป็นการช่วยเหลือผู้ยากไร้ เช่นเดียวกับการไถ่ชีวิตสัตว์ไม่ว่าจะเป็น โค กระบือ หรือ ปลาต่างๆ และการบริจาคโลงศพในศาลเจ้าจะมีการทำพิธีทุกๆ ช่วงเวลาที่กำหนดไว้ ถือเป็นการสะเดาะเคราะห์โดยอาศัยกำลังของสิ่งศักสิทธิ์ที่ดีอีกด้วย แต่การไถ่ชีวิตสัตว์ควรจะพิจารณาให้ดีเพราะบางที่มักเป็นการหลอกลวงไม่ได้เอาเงินเราไปไถ่ชีวิตโค กระบือ จริงๆ เป็นพวกต้มตุ๋นเสียมากกว่า ส่วนการปล่อยสัตว์ต้องดูให้ดีว่าที่ๆ เราจะปล่อยนั้นเหมาะสมแก่การอยู่อาศัยของสัตว์เหล่านั้นหรือไม่
  3. การทำสะเดาะเคราะห์ผ่านพิธีกรรรม – ข้อนี้หากจะทำต้องระวัง ต้องเลือกเจ้าพิธีดีๆ ต้องเป็นผู้มีศีลมีธรรมและรู้ข้อดีข้อเสียของการสะเดาะเคราะห์ในพิธีกรรมแบบต่างๆ เพราะหากเจ้าพิธีเป็นต้องการลาภสักการะจะทำให้ผู้มาสะเดาะเคราะห์ยิ่งดวงตกหนักเข้าไปอีก หรืออาจจะต้องไปเป็นบริวารให้เขาแทน การสะเดาะเคราะห์ที่เราเห็นส่วนใหญ่ได้แก่ การอาบน้ำมนต์ (ไม่แนะนำการสะเดาะเคราะห์ด้วยการนอนโลงศพนะครับ) เป็นต้น แต่หากเป็นทางศาลเจ้าจีนที่เราเห็นก็จะได้แก่การปัดตัวด้วยกระดาษเงินกระดาษทอง วิธีนี้ก็ถือว่าดีอีกเช่นกัน เพราะเราเป็นคนทำต่อหน้ารูปเคารพเองไม่ได้ผ่านเจ้าพิธีใดๆ
  4. การใส่บาตร – การใส่บาตรทุกๆ เช้า ถือว่าเป็นการสร้างกุศลอย่างสม่ำเสมอและได้กุศลจริงๆ เพราะพระสงฆ์ต้องฉันทุกวัน อาหารที่เราใส่บาตรพระต้องฉันแน่นอน เมื่อท่านฉันแล้วกุศลย่อมเกิดแล้ว ถึงท่านฉันไม่หมดท่านก็จะนำไปสงเคราะห์ผู้อื่นเราก็ได้แรงกุศลเพิ่มเติมไปด้วย เมื่อใส่บาตรแล้วก็ขอให้กรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร การใส่บาตรหากคุณทำได้สม่ำเสมอนอกจากจะเป็นการสร้างกุศลคุ้มครองดวงชะตาที่ดีแล้ว ยังถือว่าเป็นการแก้ดวงตกด้วยต้นทุนที่ต่ำ แต่ต้องอาศัยวินัยที่ดีและการกระทำที่สม่ำเสมอ
  5. กรรมฐาน – บุญใดเล่าจะเท่าบุญกรรมฐานเพื่อยกระดับจิตใจเราให้สูงขึ้น ช่วงดวงตกในชีวิตของเราบางครั้งอาจเป็นช่วงเวลาที่เบื้องบนต้องการให้เราเข้าหาทางธรรมฉะนั้น การบวช หรือปลีกวิเวกไปปฏิบัติธรรมตามสถานที่สงบ นอกจากจะทำให้เราหนีออกมาจากพายุที่วุ่นวาย ยังทำให้เรามองปัญหาที่สุมอยู่ในอย่างสงบและเยือกเย็นขึ้น หลายครั้งการบวชในช่วงเวลาที่เราทุกข์ที่สุดในชีวิตอาจจะทำให้ชีวิตของคุณพลิกจากร้ายกลายเป็นดีได้เลยทีเดียว

สิ่งที่ผมได้บอกนี้เป็นวิธีการรับมือบรรเทาผลกรรมจากช่วงดวงตกในแบบกว้างๆ แต่วิธีที่ผมอยากจะแนะนำให้ทุกท่านทำคือ ให้ทำ ข้อ 4 และ ข้อ 5 ให้สม่ำเสมอ เพราะผลบุญจากการต่ออายุพระศาสนา (การใส่บาตร) และการทำกรรมฐาน อย่างสม่ำเสมอ นอกจากช่วยหนุนดวงในช่วงดวงตกได้ดีแล้ว ยังจะทำให้เราละกิเลส (ความอยากครอบครองสิ่งต่างๆ) ได้ง่ายขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกิเลสเราเบาบางลง ความคิดที่เราต้องเป็นเจ้าของสิ่งต่างๆ ก็จะลดลง เมื่อความอยากครอบครองลดลง เมื่อสูญเสียสิ่งของเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สิน งาน ความรัก เราก็จะสามารถตัดและละได้เร็ว ความทุกข์ที่เกิดขึ้นก็จะไม่รบกวนชีวิตเรา ทำให้เราใช้ชีวิตไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง ความทุกข์ก็จะกลายเป็นเพียงสิ่งที่ผ่านเข้ามาและออกไปอย่างรวดเร็ว