พระจันทร์ เทพแห่งความอ่อนโยน

ประวัติการกำเนิดของพระจันทร์นั้นมีเรื่องราวที่แตกต่างกันดังนี้

ในคัมภีร์สกันทะปุราณะกล่าวว่าพระจันทร์ผุดขึ้นจากเกษียรสมุทรตอนกระทำพิธีกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นเพียงปุราณะเดียวที่อธิบายกำเนิดของพระจันทร์เช่นนี้ ส่วนในปุราณะอื่นได้อธิบายเรื่องราวการกำเนิดของพระจันทร์ไว้ดังนี้

ในสมัยหนึ่งมีพราหมณีผู้หนึ่งชื่อ เกาสิกี บิดาของนางได้ยกนางให้แต่งงานกับพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า เกาสิกะ แต่เกาสิกะปฏิเสธที่จะแต่งงานกับนางด้วยเพราะเกาสิกะชอบเที่ยวหอนางคณิกาโสเกณีและรักชีวิตอิสระปราศจากคู่ครอง แต่เกาสิกีก็ยืนยันที่จะแต่งงานอยู่รับใช้เกาสิกะ เกาสิกะจึงยอมแต่งงานกับนาง เมื่อแต่งงานแล้วด้วยความรักของเกาสิกี นางก็ดูแลและเทิดทูนสามีราวกับเป็นเทพองค์หนึ่ง แต่เกาสิกะก็ไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ ซ้ำร้ายยังระบายอารมณ์โกรธใส่และเยาะเย้ยถากถางนางเกาสิกีบ่อยครั้ง แต่ด้วยความรักและความบริสุทธิ์ใจของนางเกาสิกี นางก็ยังคงภักดีต่อสามีของนางไม่เสื่อมคลายและแม้ว่าเกาสิกะจะแต่งงานกับนางแล้ว เกาสิกะก็ยังชอบไปเที่ยวหอนางคณิกาและโสเภณีบ่อยครั้งแม้นว่าตนจะเป็นพราหมณ์ที่ควรจะถือศีลและมีภรรยาอยู่แล้วก็ตาม

ด้วยความร้ายกาจของเกาสิกะนี้เอง เทพเจ้าจึงบรรดาลโรคเรื้อนให้ผุดขึ้นตามร่างกายของเกาสิกะทั่วไปหมด เกาสิกะหลังจากเป็นโรคเรื้อน หอนางคณิกาโสเภณีก็ไม่รับเกาสิกะเข้าไปเที่ยวอีกต่อไป และไล่เกาสิกะให้กลับบ้านไปอยู่กับภรรยา เกาสิกะเป็นโรคเรื้อนจนร่างกายอ่อนแอ แม้กระนั้นเองเกาสิกะก็ยังไม่หยุดความร้ายกาจของตน กลับสั่งให้นางเกาสิกีผู้เป็นภรรยาให้พาตนไปเที่ยวหอนางคณิกาโสเกณี โดยจะขี่คอนางเกาสิกีไป ด้วยความรักของนางเกาสิกีนางก็ยอมทำตามคำสั่งของสามี นางเก็บเงินที่มีในบ้าน พาสามีขึ้นขี่คอ เดินทางไปตอนกลางคืน

ระหว่างทางต้องผ่านป่าทึบ ที่ซึ่งมีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อมานทวายะถูกจับผูกกับต้นไม้ห้อยประจานความผิดไว้ ในความมืดนั้นเองนางเกาสิกีมองเห็นอะไรไม่ได้ชัดนัก จึงทำให้เกาสิกะที่ขี่บ่าอยู่นั้นไปชนกับบตัวของมานทวายะ และมานทวายะก็ได้สาปว่า ผู้ที่มาแต่ต้องตัวของตนขอให้จบชีวิตในเช้าวันรุ่งขึ้นนั้นเอง นางเกาสิกีได้ยินดังนั้นก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ นางกลัวสามีจะต้องจบชีวิตลง และโกรธมานทวายะที่บังอาจสาปสามีตน นางจึงใช้ความดีที่นางสะสมมาทั้งหมดอธิฐานต่อไปว่า ขอพระอาทิตย์จงอย่าขึ้นมาอีกเลย ด้วยเหตุนี้ในเช้าวันนั้นพระอาทิตย์ก็มิขึ้นมาเหมือนเคย ทำให้โลกสวรรค์และโลกมนุษย์ปั่นป่วนเป็นอันมากด้วยต้องตกอยู่ในความมืดมิด เทพต่างๆ ก็มีความกังวลว่า หากโลกทั้งหมดนั้นต้องตกอยู่ในความมืด จักรวาลอาจจะถูกทำลาย ต่อไปนี้จะไม่รู้วันและเวลา เทพทั้งหลายจึงชักชวนกันไปหาพระพรหม พระพรหมทรงตรัสชี้แนะว่าให้ไปขอความช่วยเหลือจากนางอนสุยา

นางอนสุยาเป็นภริยาของมหาฤาษีอตริ มหาฤาษีอตริเป็นหนึ่งในมหาฤาษีทั้ง 7 ที่พระพรหมสร้างขึ้นมาเพื่อชำระคัมภีร์พระเวทย์ เมื่อเหล่าเทพมาเยือนนางถึงกระท่อมและขอให้นางช่วยเหลือ นางจึงเดินทางไปหานางเกาสิกี เมื่อนางไปถึงกระท่อมของนางเกาสิกีแล้วจึงแจ้งความจำนงขอให้นางเกาสิกียกเลิกคำอธิฐานและปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้นมาเหมือนเดิม นางเกาสิกีไม่ยอม เพราะหากนางปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้น สามีของนางก็จะต้องตาย นางอนสุยาจึงสัญญาว่า หากพระอาทิตย์ขึ้นแล้วนางจะชุบชีวิตสามีของนางให้ฟื้นคืนดังเดิม ด้วยเหตุนี้นางเกาสิกีจึงยอมยกเลิกคำอธิฐานนั้นและปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้นมาดังเดิม

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้า พราหมณ์เกาสิกะก็ถึงแก่ความตาย นางอนสุยาจึงชุบชีวิตเกาสิกะให้ฟื้นคืนดังเดิมพร้อมทั้งรักษาโรคเรื้อนให้หายกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามดังเดิม เกาสิกะจึงประจักษ์แจ้งในความรักของนางเกาสิกีและสัญญาจะดูแลนางในฐานะสามีที่ดีตลอดไป

เทพทั้งหลายเมื่อรับรู้เรื่องราวจึงพากันสรรเสริญนางอนสุยา พระพรหมบิดาจึงถามถึงความปรารถนาของนาง นางอนสุยาจึงขอพรจากพระพรหมบิดาว่า อยากจะให้พระพรหมเทพ พระนารายณ์ และพระศิวะ มาประสูติในครรภ์เป็นลูกของตน พระนารายณ์จึงแบ่งภาคมาจุติในครรภ์ของนางเป็น ทัตตะเตรยะ หรือพระตรีมูรติ พระพรหมแบ่งภาคมาจุติเป็นพระจันทร์ และพระศิวะแบ่งภาคมาจุติเป็น มหาฤาษีทุรวาสะ

ในคติไทย พระจันทร์ถูกสร้างขึ้นมาจากเทวธิดา (นางฟ้า) 15 องค์ บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีขาวนวล แล้วเสกได้เป็นพระจันทร์

ในคติอินเดีย เล่าว่า พระจันทร์มีวรรณะกษัตริย์ สมรสกับธิดา 27 องค์ของพระทักษะ แต่พระจันทร์สนใจแต่เฉพาะนางโรหิณี ภรรยาคนที่ 4 องค์เดียว ธิดาพระทักษะอีก 26 องค์น้อยพระทัยไปฟ้องพระบิดา พระทักษะจึงกริ้วแก่พระจันทร์ สาปให้พระจันทร์ไม่ให้มีโอรสธิดา ทั้งยังให้ป่วยเป็นวัณโรค ซึ่งคำสาปนี้รุนแรงมาก ทำให้พระชายาทั้ง 27 องค์เสียพระทัย เข้าไปขอร้องพระทักษะให้ถอนคำสาป แต่สามารถถอนได้เพียงครึ่งเดียว จึงทำให้พระจันทร์ในแต่ละเดือนมีครึ่งสว่างครึ่งหนึ่ง และมืดอีกครึ่งหนึ่ง อันเป็นที่มาของข้างขึ้น ข้างแรม มีอยู่ครั้งหนึ่งที่พระจันทร์ไปลักพานางตารา ชายาของพระพฤหัสบดี มาเป็นชายาตัวเอง พระพฤหัสบดีจึงไปขอร้องพระอินทร์ให้ช่วยเหลือ ส่วนพระจันทร์ก็ได้พระศุกร์เข้าช่วย จึงเกิดการทำสงครามขึ้นครั้งใหญ่บนสวรรค์ พระพรหมจึงได้ขับไล่พระจันทร์ออกจากเทพสภา ท้ายที่สุดพระศิวะได้เข้ามาช่วยไกล่เกลี่ย พระจันทร์จึงได้ยอมคืนนางตาราให้แก่พระพฤหัสบดี ต่อมานางตาราได้เกิดตั้งครรภ์ เมื่อกำเนิดออกมาก็คือพระพุธภายหลังจะถูกกล่าวถึงในต้นกำเนิดของปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์จันทรวงศ์ในมหาภารตะยุทธ

เมื่อเทียบกับความเชื่อทางตะวันตกแล้ว พระจันทร์เทียบได้กับอาร์เทมีสในเทพปกรณัมกรีก และไดอานาในเทพปกรณัมโรมัน

เทวลักษณะของพระจันทร์เป็นหนุ่มรูปงามมีสี่กร ถือหม้อน้ำ 1 ดอกบัว 1 คฑา 1 ประทานพร 1 รถม้าของพระจันทร์มีม้าเทียม 10 ตัว สัตว์พาหนะของพระจันทร์คือกวาง ส่วนในทางไทยพระจันทร์จะถือพระขรรค์และสัตว์พาหนะของพระจันทร์คือม้า

อัญมณี : มุก (Pearl) ทดแทนโดย มูนสโตน (Moonstone) หรือ ไวท์แซฟไฟร์ (White Sapphire) โดยมุกต้องมีน้ำหนัก 2,4,6 หรือ 11 กะรัต ประดับบนแหวนเงินในวันจันทร์ สวมที่นิ้วนางข้างขวาและต้องสวมครั้งแรกในเช้าวันจันทร์ หรือวันพฤหัสบดีดิถีเพ็ญ

เทพผู้รักษา : พระพิรุณ(Varuna) พระแม่ปารวตี (Parvati)