พระพิฆเนศกับขนมลาดูโมทกะ

พระพิฆเนศวรทรงถือขนมลาดูไว้ที่พรหัตถ์ด้านซ้าย

ครั้งหนึ่ง องค์พระพิฆเนศวรได้รับเชิญจากเจ้าเมืองคนหนึ่งให้มาร่วมในงานเลี้ยงซึ่งจัดขึ้นเพื่อบูชาพระองค์ แต่เจ้าเมืองก็แอบแฝงจุดประสงค์ในการแสดงความร่ำรวยของตนด้วย

เมื่อพระพิฆเนศวรเสด็จมาถึง ท่านเจ้าเมืองก็เชิญพระพิฆเนศประทับ ณ บัลลังก์ อันเหมาะสม และได้ถวายขนมลาดูโมทกะที่เพิ่งทำใหม่ๆ ให้องค์พระพิฆเนศวรได้เสวย

พระพิฆเนศได้เสวยขนมลาดูโมทกะ ที่ซึ่งเจ้าเมืองนำมาถวายแล้วก็ได้บอกว่า “ท่านเจ้าเมืองขนมลาดูที่ท่านนำมาถวายนี้ อร่อยจริงๆ” ด้วยความลำพองใจท่านเจ้าเมืองได้ยินดังนั้นแล้วก็บอกพระพิฆเนศว่า “หากท่านโปรดปราน ข้าสามารถนำมาถวายให้ท่านมากมายเท่าไรก็ย่อมได้” พระพิฆเนศได้ยินดังนั้นจึงถามว่า “เท่าไรก็ได้รึ” เจ้าเมืองก็ตอบว่า “ได้ ไม่มีประมาณเลย จนกว่าพระองค์จะพอใจ”

องค์พระพิฆเนศวรได้ยินดังนั้นก็รับทราบได้ถึงทิฐิและความหยิ่งทะนงของเจ้าเมืองคนนี้ จึงได้บอกว่า “งั้นเจ้าก็ทำมาตอนนี้เลย ทำมาให้มากเท่าที่จะมากได้ ข้าจะกินให้หมด” เจ้าเมืองได้ยินดังนั้นก็แปลกใจเล็กน้อยแต่ก็สั่งให้แม่ครัวทำขนมลาดูมาเพิ่ม

เวลาผ่านไปพระพิฆเนศก็กินขนมลาดูแบบที่ไม่มีทีท่าว่าจะอิ่ม เอามาถวายเท่าไรก็เสวยหมด ท่านเจ้าเมืองก็เริ่มร้อนใจจากตอนแรกที่ให้แม่ครัวทำมาเพิ่ม ก็เริ่มไม่ทำไม่ทัน ต้องเกณฑ์คนทั้งเมืองมาทำเพิ่ม วัตถุดิบในครัวหมดก็ต้องรีบไปซื้อวัตถุดิบมาเพิ่ม จนสุดท้าย วัตถุดิบสำหรับทำขนมทั้งเมืองก็หมดลง

เจ้าเมืองก็จนปัญญา อับจนด้วยหนทาง และรู้สึกเสียหน้าที่ไม่สามารถรักษาคำพูดไว้ได้และก็กลัวพระพิฆเนศทรงกริ้วที่ไม่สามารถนำขนมลาดูมาถวายจนเป็นที่พอใจได้ แต่ก็ไม่มีทางเลือกจึงกราบทูลต่อพระพิฆเนศว่า “ขอพระองค์ทรงโปรดอภัยด้วย ที่ข้าพเจ้ามิอาจนำขนมลาดูมาถวายให้ท่านได้อีก เนื่องจากตอนนี้วัตถุดิบการทำขนมในเมืองนั้นหมดไปแล้ว” พระพิฆเนศได้ยินดังนั้นก็กล่าวว่า “ไหนท่านบอกว่า ท่านจะทำมาให้ข้ากินจนกว่าข้าจะพอใจไม่ใช่รึ ตอนนี้ท่านมาบอกว่าทำไม่ได้แล้ว หมายความว่าอย่างไร ท่านกล่าวเท็จข้างั้นรึ” พระพิฆเนศกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นแสดงถึงความจริงจังและความไม่พอใจ เจ้าเมืองได้ยินดังนั้นจึงกลัวมากและได้แต่ขอขมาต่อองค์พระพิฆเนศวร “โอ ท่านมหาเทพโปรดอภัยให้ข้าด้วย”

พระพิฆเนศเห็นท่าทางของเจ้าเมืองแล้วก็พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังว่า “ท่านเจ้าเมือง ความมั่นใจเป็นสิ่งที่ดี แต่ความลำพองใจจะนำหายนะมาสู่ท่าน คำพูดที่เต็มไปด้วยทิฐิมานะและความลำพองใจเมื่อออกจากปากจะทำให้ผู้พูดเดือดร้อนเสมอ ท่านบอกว่าท่านสามารถทำขนมมาให้ข้าได้จนกว่าข้าจะพอใจ ความลำพองของท่านทำให้ท่านคิดว่าท่านจะตอบสนองความต้องการของเรามหาเทพได้ แต่ท่านก็ไม่สามารถทำได้ นั่นเพราะไม่มีใครมีอำนาจเหนือเรา ท่านเป็นใหญ่ในเมืองนี้ แต่โลกใบนี้นั้นใหญ่นัก เหนือฟ้าย่อมมีฟ้า คราวนี้เราจะอภัยให้ท่าน”

เจ้าเมืองได้ยินดังนั้นก็ก้มกราบพระพิฆเนศสำนึกผิดที่นำทิฐิและอำนาจของตนไปเทียบบารมีขององค์พระพิฆเนศ พระพิฆเนศที่ก็เสด็จลงจากบัลลังก์และทรงหนูมุสิกะพระราชพาหนะออกจากเมืองไป