พระอังคาร เทพเจ้าแห่งสงคราม

พระอังคาร (บางทีเรียก มังคละ, โลหิต) ท่านเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม และความโสด บางครั้งก็ว่าท่านอาจมีความเกี่ยวข้องกับพระขันธกุมารเพราะเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามเหมือนกัน ต้นกำเนิดของท่านนั้นมีหลายอยู่หลายตำรามาก บ้างก็ว่าท่านเป็นลูกของพระแม่ธรนีกับพระวิษณุ เกิดขึ้นตอนที่พระวิษณุในอวตารพระวราหะยกพระแม่ธรนีขึ้นจากน้ำ ในตำนานอื่นก็ว่าท่านกำเนิดจากเหงื่อหรือหยดเลือดของพระศิวะ

อีกตำรานึงเล่าว่า พระศิวะ พระอังคารถูกสร้างขึ้นมาจากมหิงสา (ควาย) 8 ตัว บดป่นเป็นผง ห่อผ้าสีชมพูหม่น พรมด้วยน้ำอมฤตเสกได้เป็นพระอังคาร มีสีวรกายชมพู ทรงมหิงสา (กระบือ) เป็นพาหนะ (บางตำราว่าเป็นแกะตัวผู้)

พระวรกายของท่านมีสีแดงเพลิง มี 4 กร ทรงถือ ตรีศูล กระบอง ดอกบัว และหอก เป็นตัวแทนของวันอังคาร

ในโหราศาสตร์ไทย พระอังคารถูกแทนด้วยสัญลักษณ์ ๓ (เลขสามไทย) และด้วยเหตุที่สร้างขึ้นมาจากมหิงสา 8 ตัว จึงมีกำลังพระเคราะห์เป็น 8 สำหรับพระประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอังคารก็คือ ปางไสยาสน์ และภายหลังมี ปางลีลา เพิ่มอีกหนึ่งปาง

คำทำนายทั่วไปของคนที่เกิดวันอังคาร
เป็นคนขยัน ไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ สู้งาน งานที่เหมาะได้แก่ ทหาร ตำรวจ วิศวกร (ที่ออกนอกพื้นที่บ่อยๆ) มีข้อเสียคือารมณ์ร้อน เวลาทะเลาะแล้วจะทะเลาะรุุนแรง รักครอบครัว ถ้ามีสามีหรือภรรยาแล้วจะรักคู่ชีวิตมาก ถ้ายังไม่มีก็จะรักครอบครัวมาก

ประวัติการกำเนิดีอีกอันที่น่าสนใจของท่านมีดังนี้
วันหนึ่งขณะที่พระศิวะกำลังนั่งสมาธิอยู่นั้น พระแม่ปารวตีทรงย่องมาทางด้านหลังขององค์พระศิวะและปิดตาทั้ง 3 ขององค์พระศิวะไว้ ทันใดนั้นโลกก็มืดมิดลงทันใด ขณะนั้นเองก็ได้บังเกิดมีเด็กชายคนหนึ่งขึ้นมา พระศิวะจึงตั้งชื่อว่า อันธกะ แปลว่า มืดบอด หรือ มืดมิด

ในขณะเดียวกันอีกสถานที่หนึ่ง หิรัญยักษะกำลังกระทำทุขกิริยาชำระบาปอย่างเคร่งครัด บูชาต่อองค์พระศิวะเพื่อจะขอพรต่อพระองค์ เมื่อพระศิวะรับรู้ถึงความตั้งใจนั้นแล้ว พระองค์ก็ได้มาปรากฏกายเบื้องหน้าหิรัญยักษะและถามถึงสิ่งที่หรัญยักษะต้องการ หิรัญยักษะจึงแจ้งว่าตนประสงค์จะมีบุตรชายที่มีกำลังและอิทธิฤทธิ์ที่สามารถครอบครองทั้ง 3 โลกได้ พระศิวะเจ้าทรงไม่ประทานพรข้อนี้ให้แต่ทรงเสนอว่า จะทรงยกเด็กคนหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติเพรียบพร้อมทุกอย่างดังที่หิรัญยักษะต้องการให้เป็นลูกชายของหิรัญยักษะ หิรัญยักษะมีความปิติยินดีจึงได้รับเด็กน้อยอันทะกะมาเลี้ยงเป็นบุตรของตน

ต่อมา อันธกะน้อยเติบโตเป็นมารหนุ่ม ชื่อว่า อันธกะอสุรา จึงกระทำทุขกิริยาชำระบาปบูชาต่อองค์พระพรหมเทพ พระพรหมเทพก็เสด็จลงมาจากวิมานปรากฏกายต่อหน้าอันธกะอสุราแล้วจึงทรงถามถึงความปรารถนาของอันธกะ อันธกะทูลขอให้ตนเองนั้นจะไม่ถูกฆ่าโดยอสูร ไม่ถูกฆ่าโดยมนุษย์และไม่ถูกฆ่าโดยเทพเจ้าใดๆ โดยเฉพาะพระนารายณ์ พระพรหมเห็นสมควร แต่ก็ทรงกล่าวว่าพรทุกข้อต้องมีข้อยกเว้น อันธกะจึงขอว่า ยกเว้นว่าตนจะไปหลงรักหญิงที่ตนไม่ควรจะหลงรัก เช่น มารดาของตน พระพรหมเทพก็ทรงให้พรสัมฤทธิ์ดังอันทะกะปรารถนาทุกประการ

เวลาผ่านมาเนิ่นนาน หลังจากหิรัญยักษะถูกฆ่าโดยร่างวราหะอวตารของพระนารายณ์แล้ว อันทะกะอสุราก็กลายเป็นกษัตริย์แห่งอสูร อันธกะอสุราไปเที่ยวเขาหิมาลัย ได้เห็นโยคีที่บำเพ็ยเพียรอยู่ แล้วพลันสายตาก็ไปจับจ้องที่พระแม่ปารวตีพระชายาของพระศิวะ อันธกะอสุราก็หลงรักพระแม่ปารวตีในทันที อันธกะรีบกลับมายังเมืองมาร กรีธาทัพทั้งหมดเพื่อจะไปต่อสู้กับพระศิวะ ชิิงพระนางปารวตีมาเป็นภริยาตน โดยมิรู้ว่าพระนางปารวตีคือมารดาผู้ให้กำเนิดตน

การต่อสู้ดำเนินไปชั่วขณะ พระศิวะได้โอกาสรุกรบ ก็ทรงใช้ตรีศูลแทงที่ด้านหลังของอันธกะทะลุหน้าอกแล้วทรงยกร่างของอันธกะขึ้นเหนือพระเศียร เหงื่อของพระศิวะไหลออกจากหน้าผากหยดลงบนพื้นกลายเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง พระศิวะทรงให้ชื่อว่า จรรจิกา และเหงื่อของพระศิวะไหลออกจากใบหน้าแล้วหยดลงพื้นกลายเป็นเด็กผู้ชาย พระศิวะทรงให้ชื่อว่า มังคะละ หรือ พระอังคาร

เทวาลักษณะของพระอังคาร คือหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือหอกหรือตรีศูล 1 คฑา 1 ประทานพร 1 หงายมือประทานพร 1 รถม้าของพระอังคารเป็นสีทอง เทียมด้วยม้าสีแดงเลือด 7 ตัว สัตว์พาหนะคือแกะ พระอังคารของไทย มีสี่กร ถือ ตรี 1 หอก 1 ศร 1 ประทานพร 1 สัตว์พาหนะคือกาสร