รับขันธ์ คืออะไร จำเป็นหรือไม่ต้องรับขันธ์

หลายๆ คนที่ชอบไปดูดวงตามสำนักหมอดู หรือตามตำหนักร่างทรงต่างๆ อาจเคยได้เจอประสบการณ์ที่เจ้าสำนัก หรือ เจ้าพิธีบอกให้ผู้ที่มาหาให้รับขันธ์เพื่อที่จะให้ดวงดีขึ้นบ้าง เพื่อให้หายจากโรคภัยที่ทางหมอหลวงรักษาไม่ได้บ้าง หรือเพื่อให้ตัวเองได้สมปรารถนาในเรื่องที่ต้องการ

ทีนี้ ท่านผู้อ่านทราบไหมว่าการรับขันธ์ที่แท้จริงแล้วคืออะไร เป็นพิธีกรรมที่มีความสำคัญอย่างไร ผมอยากจะมาถ่ายทอดประสบการณ์ ความรู้ เกี่ยวกับการรับขันธ์ให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบกัน เพื่อที่ท่านทั้งหลายจะได้เข้าใจในพิธีกรรมนี้มากขึ้น และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองในอนาคต

ขันธ์ ในทางพุทธศาสนาหมายถึงส่วนหนึ่งๆ ของรูปกับนามที่แยกออกเป็น 5 กอง คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งเรียกว่า ขันธ์ 5 หรือขันธ์ทั้ง 5 ซึ่ง ขันธ์ 5 นี้ก็คือร่างกายกับจิตใจของเรานี่เอง

พิธีรับขันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ขันธ์ 5 , ขันธ์ 7 , ขันธ์ 9 หรือ ขันธ์ ใดๆ ก็แล้วแต่ นั่นก็คือพิธีไหว้ครูฝากตัวเป็นศิษย์รูปแบบหนึ่ง โดยจะเป็นการถวายภาชนะ (พาน หรือ ขันเงิน ขันทอง) พร้อมจัดวางด้วยเครื่องบูชา เช่น ดอกไม้ ธูป เทียน ห่อด้วยใบตอง หรือไม่ห่อ ตามที่ครูบาอาจารย์แต่ละสำนักกำหนด โดยพานและเครื่องบูชาเหล่านี้เสมือนกับเป็นขันธ์ 5 ของเรา เมื่อเราถวายแก่ใคร ก็ประหนึ่งว่า เราได้มอบกายถวายชีวิต ให้กับคนผู้นั้นแล้ว โดยทั่วไปครูบาอาจารย์ที่รับขันธ์ 5 ที่ลูกศิษย์มาถวายฝากตัวศิษย์ ก็มีหน้าที่จะต้องดูแลลูกศิษย์ บอกข้อห้าม ข้อกำหนด ของแต่ละสำนัก และสั่งสอนสรรพวิชาให้

ทีนี้ท่านผู้อ่านลองกลับมาถามตัวเองดูว่า หากเราจะรับขันธ์ใดๆ ก็ตาม เราก็ต้องดูให้ดี ว่าคนผู้นั้นอยู่ในศีล ในธรรมหรือไม่ (แต่งชุดขาวแต่ไม่ได้รักษาศีลให้ดีก็มีมาก) หากเราไปรับขันธ์จากผู้ที่ไม่มีศีลธรรมในจิตใจ ต้องการแสวงหาบริวารและลาภสักการะ ในขันธ์นั้นอาจจะมีเส้นผมของผีตายโหง หรือ สิ่งอัปมงคลต่างๆ อยู่ในขันธ์ เมื่อคุณรับขันธ์จากเค้า คุณก็จะกลายเป็นบริวารของเค้า โดยมีผีตายโหงคอยดลจิตดลใจคุณให้ปรนเปรอเจ้าสำนักด้วยลาภสักการะต่างๆ อยู่เสมอ ซึ่งสิ่งนี้จะนำความตกต่ำมาสู่ชีวิต

ถ้าเช่นนั้นแล้วเราควรรับขันธ์จากใคร?

คนที่เราจะรับขันธ์ด้วย เราต้องแน่ใจว่าเค้าเป็นคนดีมีศีลธรรมประจำใจ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคนๆ นั้นเป็นคนดีจริงหรือไม่ ไม่มีใครบอกได้ วิธีเดียวที่จะทำให้เรารู้ได้คือเราต้องใช้เวลาอยู่กับคนผู้นั้นจนกว่าจะแน่ใจ ข้อดีของเค้าคืออะไร ข้อเสียของเค้าคืออะไร (คนทุกคนล้วนมีจุดบกพร่อง ไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับว่าคนผู้นั้นยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเองได้หรือไม่ และกล้าหาญพอที่จะเอ่ยคำขอโทษเมื่อตัวเองผิดหรือไม่ ขอให้จำไว้ว่า คนที่กล้าขอโทษเมื่อตัวเองทำผิด นับว่ากล้าหาญกว่าคนที่ไม่กล้าทำอะไรเลย) เมื่อเราอยู่กับเค้านานพอเราก็จะรู้เองว่าคนผู้นี้สมควรจะเรากราบไหว้เป็นครูบาอาจารย์หรือไม่ โดยปกติแล้วคนที่ปฏิบัติธรรมมาก ความยึดมั่น ถือมั่น ในตัวตนก็ยิ่งลดลง

การรับขันธ์ ช่วยรักษาโรคต่างๆ ช่วยเสริมดวง หรือช่วยให้สมปรารถนาจริงหรือไม่?

จริง แต่มักจะมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่า การรับขันธ์คือการฝากตัวเป็นศิษย์มอบกายถวายชีวิตให้ครูบาอาจารย์ดูแล เมื่อเราและร่างกายของเราอยู่ในความดูแลของผู้ที่มีบารมีมากกว่าเรา บารมีของเค้าย่อมคอยคุ้มครองดูแลเรา ช่วยรักษาโรคต่างๆ ได้ ช่วยเสริมดวง กลับเรื่องร้ายให้เป็นเรื่องดีได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบารมีของครูบาอาจารย์ที่เราฝากตัวเป็นศิษย์ ถ้าได้ครูบาอาจารย์ดีก็ดีไป โดยปกติท่านก็จะมอบข้อกำหนดให้เราเช่น ห้ามผิดข้อใดข้อหนึ่ง เป็นต้น แต่ถ้าหากได้ครูบาอาจารย์ไม่ดี โรคภัยอาจจะหายหรือไม่ก็ได้ แต่ก็อาจจะต้องเป็นบริวารของเค้า คอยรับใช้ และนำลาภสักการะมาให้เค้าเนืองๆ ข้อย้ำไว้นิดนึงว่า ครูบาอาจารย์ที่ดี เค้าไม่เอาอะไรกับลูกศิษย์หรอก เค้าอยากให้คนที่เป็นศิษย์เค้าเป็นคนดีเท่านั้นเอง ไม่ได้อยากได้เงินหรือบริวารอะไรให้มากเรื่องหรอกครับ

คนมีองค์จำเป็นต้องรับขันธ์หรือไม่?

ไม่จำเป็น การรับขันธ์คือพิธีกรรมแสดงตัวเป็นศิษย์ ถ้าใจเรารักเคารพศรัทธาในองค์ครูบาอาจารย์ก็ให้ใช้ใจถวายตัวเป็นศิษย์ พิธีกรรมไม่จำเป็น ตั้งใจปฏิบัติตัวเป็นคนดี เมื่อวาระมาถึงที่จะต้องทำพิธีกรรมใดๆ คุณจะรู้เองโดยอัตโนมัติ

ที่เขียนให้อ่านกันนี้เป็นประสบการณ์ส่วนตัวล้วนๆ ครับ หากมีข้อสงสัยก็ถามกันเข้ามาได้ผ่านคอมเม้นนะครับ