ลื่อทงปิน (呂洞賓) – โป๊ยเซียนองค์ที่ 3

ชาติก่อนของท่านคือ ตงหัวจินหยิน อาจารย์ของ ฮั่นเจ็งลี้ ครับ ตอนบำเพ็ญตบะให้ฮั่นเจ็งลี้อยู่ท่านยังพูดเป็นนัยว่า ท่านต้องไปเกิดเป็นศิษย์ของฮั่นเจ็งลี้เพื่อให้ฮั่นเจ็งลี้ทรมานคืนบ้าง

ตามตำนานนั้นลื่อทงปินเกิดในสมัยราชวงศ์ถัง พ่อเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ (ส่วนชื่อนั้นไม่ขอลงรายละเอียดนะครับ เพราะแต่ละตำนานก็ไม่ตรงกัน) ตอนจะเกิดนั้นก็มีเสียงดนตรีสวรรค์บรรเลงขึ้นมาพร้อมกลิ่นดอกไม้หอมอบอวลแล้วก็มีคนเห็นกระเรียนเผือกบินเข้าไปในท้องของแม่ท่าน

ลื่อทงปินฝักใฝ่ในธรรมตั้งแต่เด็ก เป็นคนฉลาดทั้งทางบู๊และบุ๋น นักพรตได้ทำนายไว้ว่าลื่อทงปินนั้นเป็นคนพิเศษ ไม่ใช่คนธรรมดา นอกจากนี้โหงวเฮ้งของท่านยังดีไปทุกอย่างด้วยครับ (กระหม่อมสูง คิ้วและตายาวเหมือนหงส์ จมูกใหญ่กลมตรง แก้มเป็นพวง ปากกว้าง คอยาว ร่างสูงใหญ่ มีไฝดำที่คิ้วซ้าย) พออายุได้ 20 ก็ไม่ยอมแต่งงาน สนใจแต่การแต่งกลอนและดื่มสุราเหมือนนักปราชญ์ในสมัยก่อน

แต่สิ่งที่ทำให้ลื่อทงปินเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปคือกั้นหยั่นวิเศษ (กั้นหยั่น คือ มีดปลายแหลม มีคม ๒ ข้าง ส่วนของใบมีดตั้งแต่กั่นถึงปลายใหญ่เท่ากัน เป็นอาวุธ ใช้เหน็บเอว จีนใช้เป็นเครื่องหมายกันจัญไร เช่นในรูปสิงโตคาบ) ที่ได้ไปร่ำเรียนวิชาอาคมมาจากอาจารย์ฮวยเหล็งจินหยินจากเขาหลู่ วันนึงลื่อทงปินได้ผ่านไปถึงเมืองหวยเชียงซึ่งอยู่บริเวณแม่น้ำหวย (บางตำราก็ว่าแม่น้ำกังฮัว เมืองกังฮัว) ก็ได้เจอประกาศของเจ้าเมืองที่รับสมัครคนมาฆ่ามังกรยักษ์ คือ…มังกรตัวนี้เข้ามาอาละวาดในเมือง ทำลมทำฝนให้เรือล่มแล้วจับชาวบ้านกิน วันดีคืนดีก็แปลงร่างเป็นชายหนุ่มล่อลวงหญิงสาวไปทำเมียแล้วฆ่ากิน ลื่อทงปินจึงไปขอสมัครเพื่อปราบมังกรโดยใช้กั้นหยั่นวิเศษฆ่าทิ้ง พอปราบมังกรได้เจ้าเมืองก็จะมอบเงินทองให้เป็นรางวัล แต่ลื่อทงปินก็ไม่เอา ชาวบ้านต่างก็เข้ามาถามชื่อแล้ววาดรูปเหมือนของลื่อทงปินไว้กราบไหว้บูชา ท่านเดินทางไปทั่วเพื่อช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก คนที่ไม่โลภ และคนที่มีน้ำใจ จนเมื่อท่านคิดถึงบ้าน จึงได้เดินทางกลับบ้าน

พอกลับไปก็ได้พบว่าญาติๆ นั้นเป็นขุนนางกันไปหมดแล้ว (ตอนนั้นลื่อทงปินอายุได้ 50 กว่าๆ) เลยอยากจะสอบเป็นขุนนางบ้างจึงเดินทางไปเมืองหลวงเชียงอาน และสอบได้ชั้นจิ้นสือ ระหว่างอยู่ที่เชียงอานลื่อทงปินก็แวะไปร้านเหล้าเป็นประจำๆ จนวันนึงไปเจอนักพรตผิวพรรณผ่องใสนั่งดื่มเหล้าและเขียนซี (กลอนแบบจีน) ที่ฝาผนังถึงสามบท ลื่อทงปินถูกใจเป็นอย่างมาก จึงถามชื่อของนักพรตคนนั้นได้ความว่าชื่อ “ฮั่นเจ็งลี้”

ฮั่นเจ็งลี้เลยลองให้ลื่อทงปินแต่งซีดูบ้าง เพื่อจะได้รู้ความคิดซึ่งกันและกัน ปรากฎว่าซีของลื่อทงปินนั้นยังอาลัยในชีวิตมนุษย์อยู่ ยังตัดไม่ขาด จึงบอกให้ลื่อทงปินพักที่นี่ก่อนตนจะหุงข้าวให้กิน ลื่อทงปินก็เผลอหลับไปและในความฝันนั้น

……ลื่อทงปินสอบได้ตำแหน่งจอหงวน มีภรรยาร่ำรวย 2 คน ได้รับราชการตำแหน่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ลูกหลานก็ได้ยศฐาบรรดาศักดิ์ทุกคน แต่มีขุนนางกังฉินใส่ความว่าครอบครัวลื่อทงปินเป็นกบฎ จึงถูกริบทรัพย์ พลัดพรากจากครอบครัวไปคนละทิศคนละทาง ลำบากเป็นอย่างมาก ขณะที่กำลังถอนหายใจก็ตกใจตื่น……..

เมื่อท่านตื่นขึ้นมาก็เห็นฮั่นเจ็งลี้นั่งสวดมนต์เลยถามถึงความฝัน ฮั่นเจ็งลี้ก็ตอบว่า “ข้าวยังไม่ทันสุกเลยก็ฝันไปถึงเรื่องอนาคตมากมาย อย่าลืมว่าทั้งสุขและทุกข์เป็นของคู่กัน อย่าเพลิดเพลินจนลืมตัว” ลื่อทงปินเห็นว่านักพรตคนนี้รู้ถึงความฝันเลยคำนับขอเป็นศิษย์ไปฝึกบำเพ็ญตบะด้วย

ฮั่นเจ็งลี้พาลื่อทงปินไปฝึกจนสำเร็จฌานขั้นต้นและมอบคัมภีร์กิมกังไว้ให้ฝึกปฏิบัติ แล้วบอกว่าให้ทำความดีช่วยเหลือเพื่อมนุษย์ พอครบ 10 ปีแล้วให้ไปที่ทะเลสาบทงเท่งโอวแล้วฮั่นเจ็งลี้ก็จากไป

เมื่อลื่อทงปินแยกทางกับฮั่นเจ็งลี้ ก็กลับไปช่วยเหลือญาติพี่น้องที่บ้านเกิดตัวเอง ฮั่นเจ็งลี้ที่บำเพ็ญตบะอยู่พอรู้เรื่องเข้าก็ได้ขี่เมฆลอยไปบันดาลเหตุการณ์ให้ลื่อทงปินได้เห็นเป็นเครื่องเตือนสติถึง 10 เหตุการณ์ด้วยกัน คือ

  1. ทำให้คนในบ้านลื่อทงปินเป็นไข้พิษตาย ลื่อทงปินก็ไม่คิดอะไรเห็นเป็นเรื่องปกติจึงจัดการเตรียมจะเอาไปฝัง คนเหล่านั้นก็ฟื้นขึ้นมา ลื่อทงปินก็เห็นว่าไม่แปลกอะไรอีก
  2. ลื่อทงปินคุมลูกจ้างหาบถั่ว งา ไปขายตลาด พอตกลงขายเรียบร้อย คนซื้อจ่ายเงินแค่ครึ่งเดียว ลื่อทงปินก็ไม่ว่าอะไร ให้เท่าไหร่ก็เอา
  3. วันปีใหม่ลื่อทงปินก็ออกไปอวยพรญาติมิตร พอกลับมาก็เจอขอทานยืนอยู่หน้าประตู เลยนำข้าวปลามาให้ ขอทานก็ขอเสื้อผ้า เงินทอง ลื่อทงปินก็ให้ ขอทานก็ไม่พออีกขอเยอะจนด่าว่าทำไม่ลื่อทงปินไม่รู้จักเตรียม ลื่อทงปินก็ไม่โกรธ กลับหัวเราะชอบใจ
  4. ลื่อทงปินไปเที่ยวป่ากับเด็กเลี้ยงแพะ มีเสือตัวใหญ่เข้ามาจะกัดแพะ ลื่อทงปินก็เข้าไปขวางหวังจะให้เสือกัดตัวเองแทน แต่เสือก็ไม่ทำอะไร ได้แต่มองหน้าแล้วเดินจากไป
  5. ลื่อทงปินนั่งดูหนังสือบำเพ็ญตบะอยู่คนเดียว มีสาวงามหลงทางมาขอพักด้วย ระหว่างพักก็ยั่วยวนต่างๆถึง 3 วัน 3 คืน ลื่อทงปินก็ไม่สนใจ สาวคนนั้นเลยลากลับออกไป
  6. ลื่อทงปินออกไปเที่ยว ก็มีโจรขึ้นบ้านขโมยเงินทองไปหมด ลื่อทงปินก็ไม่เสียใจตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินต่อไป พอวันนึงขุดดินไปเจอขุมทองเยอะแยะ ก็ไม่สนใจอีก เอาดินกลบไว้เหมือนเดิม
  7. ลื่อทงปินไปซื้อเครื่องทองเหลืองจากคนหาบเร่ พอกลับถึงบ้านกลายว่าเป็นทองคำ ลื่อทงปินเห็นว่าไม่ยุติธรรมเลยรีบออกตามหาคนหาบเร่เพื่อจะคืนของให้
  8. ลื่อทงปินไปเดินเที่ยวตลาด เจอนักบวชเร่ขายยา กินแล้วตายทันที แล้วชาติหน้าจะเกิดเป็นเซียน ขายมาหลายวันแล้วไม่มีใครซื้อเลย ทำไมโง่กันจริงๆ ลื่อทงปินก็เดินเข้าไปซื้อ นักบวชบอกว่าให้รีบไปซื้อโลงเตรียมไว้เลย เพราะหากท่านกินยานี้แล้วตายแน่ๆ พอลื่อทงปินกลับมาบ้านแล้วลองกินยาดูก็ไม่ตายเหมือนคำโฆษณา แต่กลับมีกำลังแข็งแรงกว่าเดิม
  9. อากาศแปรปรวน ไต้ฝุ่นพัดพาบ้านเรือนพังเสียหาย ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน นั่งร้องไห้ไปตามกัน แต่ลื่อทงปินก็วางเฉยเป็นปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
  10. มียักษ์หลายตนคุมนักโทษคนนึง เลือดไหลอาบร่างมายืนร้องไห้ต่อหน้าลื่อทงปิน ว่าลื่อทงปินฆ่าเค้ามาหลายชาติแล้ว ลื่อทงปินเห็นว่าควรชดใช้เลยหยิบมีดขึ้นมาจะเชือดคอ ทันใดนั้นก็มีเสียงตวาดดังมาจากท้องฟ้า ยักษ์และนักโทษก็เลือนหายไป เสียงนั้นคือเสียงของ ฮั่นเจ็งลี้ครับ

ฮั่นเจ็งลี้บอกว่าลื่อทงปินมีจิตใจมั่นคง ไม่ยินดียินร้ายอะไร สละได้แม้กระทั่งชีวิต จึงพาลื่อทงปินไปบำเพ็ญตบะต่อที่เขาเฮาะฮง วันนึงลื่อทงปินก็ออกเที่ยวไปเมืองลกเอี๊ยง นั่งดื่มสุราในร้านตามเคย แต่…เจอสาวงามรูปร่างดีคนนึง ลื่อทงปินพยายามระงับกิเลสแต่ก็ทำไม่ได้ จึงไปสืบถามเจ้าของโรงเตี๊ยมได้ความว่า สาวคนนั้นชื่อ “โบตั๋นขาว” เป็นนางบำเรอชื่อเสียงโด่งดังมาก มีหนุ่มๆ หลายคนมาติด แต่นางโบตั๋นขาวก็ไม่ยอมตกลงปลงใจกับใครเลย ลื่อทงปินเลยออกไปลองเชิงเล่น ด้วยการแปลงร่างเป็นชายหนุ่มรูปงาม เสกหญ้าเป็นแท่งเงินสองแท่ง เสกกั้นหยั่นเป็นเด็กรับใช้ แล้วเดินตามโบตั๋นขาวไป

ลื่อทงปินตามจีบโบตั๋นขาว ฝ่ายโบตั๋นขาวก็จัดเตรียมโต๊ะสุราออกมาเลี้ยงที่บ้านนาง แล้วก็ให้ท่าด้วยการบ่นว่าง่วงนอน ทั้งสองก็ไปนอนด้วยกัน ฝ่ายลื่อทงปินนั้นเป็นหนุ่มบริสุทธิ์ไม่เคยถูกเนื้อต้องตัวสาวคนไหนเลย พอเจอการปรนนิบัติของฝ่ายผู้หญิงก็เกิดหลงใหลมานอนกับนางทุกคืน (คำว่านอนนี้ผมละไว้ในฐานที่เราๆเข้าใจกันนะครับ) แต่ฝ่ายหญิงก็แอบเก็บความสงสัยไว้ในใจว่าทำไมตั้งแต่ครั้งแรกมีแต่นางเท่านั้นที่ถึงเป้าหมายและอ่อนแรงอยู่ฝ่ายเดียว ลื่อทงปินไม่ได้รู้สึกอะไรเลย (คือไม่เสร็จครับ) พอลื่อทงปินได้สติว่าตัวเองทดลองรูปรสกลิ่นเสียงมามากพอแล้วก็ควรจะหยุดแค่นี้ เพราะถ้าอาจารย์รู้เข้าอาจโดนว่าได้ ทางด้านนางโบตั๋นขาวเกิดอ่อนเพลียมากก็เลยขอกลับไปที่หอนางโลมของตนเองและอาลัยอาวรณ์ลื่อทงปินมาก

ฝ่ายอาจารย์ฮั่นเจ็งลี้พอนั่งทางในสอดส่องดูก็รู้เรื่องทั้งหมด และยังรู้อีกด้วยว่านางโบตั๋นขาวก็จะได้เป็นเซียนอีกองค์หนึ่ง (ไม่ใช่เซียนในกลุ่มโป๊ยเซียน) ฮั่นเจ็งลี้จึงนำเรื่องไปปรึกษาทิกวยลี้กับ ฮ้อเซียงโกว ให้ช่วยเหลือ เซียนทั้งสองจึงเหาะไปเมืองลกเอี๊ยงแล้วแปลงกายเป็นขอทานถือฉาบและกลองร้องรำไปทุกบ้าน พอถึงหน้าบ้านของโบตั๋นขาวทั้งสองก็เริ่มแสดงเรื่องเซียนขี้เมาที่ไปหลงคบสาวงาม โบตั๋นขาวก็ออกมาดูสองตายายร้องรำด้วยความเพลิดเพลิน พอจบก็ให้คนเอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้และจัดสำรับอาหารเลี้ยงสองตายาย (เซียนแปลงกายทั้งสอง) กินเสร็จแล้วสองตายายก็ไม่ไป เอาแต่จ้องมองนางโบตั๋นขาวแล้วบอกถึงเรื่องทุกข์ใจของนางและเตือนว่า ชายหนุ่ม (ลื่อทงปิน) ที่มาติดพันนางนั้นมีวิชากามศาสตร์อย่าได้ไปสู้เลย นางโบตั๋นขาวตกใจมากที่ทั้งสองอ่านใจนางได้จึงถามวิธีแก้จากยาย พอตายายได้บอกเสร็จก็หายวับไปกับตา นางจึงคิดว่าตายายคู่นั้นเป็นเซียนแน่ๆ จึงจัดโต๊ะบูชาจุดธูปเทียนคำนับ

ลื่อทงปินเดินทางฝึกวิชามาก็จะครบ 10 ปีตามสัญญากับอาจารย์ พอถึงทางแยกที่จะต้องไปพบอาจารย์ที่ทะเลสาบทงเท่งโอว ลื่อทงปินกลับคิดถึงนางโบตั๋นขาวเลยเดินไปแยกที่ไปเมืองลกเอี๊ยง แล้วแปลงกายพร้อมเสกเด็กรับใช้เหมือนครั้งก่อน เมื่อทั้งคู่ได้เจอกันต่างก็ดีใจมากฝ่ายหญิงจึงรีบจัดโต๊ะอาหารและสุราต้อนรับ แล้วก็ไปจบกันที่การร่วมหลับนอน ระหว่างร่วมห้องกันอยู่ พอได้จังหวะนางโบตั๋นขาวก็เอานิ้วทั้งสองจี้รักแร้ของลื่อทงปิน ทำให้ลื่อทงปินสะดุ้งและไม่อาจกลั้นสิ่งนั้นไว้ได้อยู่ ลื่อทงปินพอโดนเข้าไปก็ตกใจเรียกนางโบตั๋นขาวมาสอบถาม นางก็บอกแต่โดยดีว่ามีเซียนตายายมาบอกเคล็ดลับกับนาง ลื่อทงปินรู้ทันทีว่าตายายทั้งสองคือใคร จึงรีบทิ้งนางโบตั๋นขาวแล้วไปตามนัดของอาจารย์ฮั่นเจ็งลี้

ลื่อทงปินห้ามนางโบตั๋นขาวตามไปแล้วบอกให้นางเลิกทำอาชีพนี้ และก็หยิบยาวิเศษส่งให้นาง (ยานี้จะช่วยชำระล้างกิเลส ตัณหา) พอลื่อทงปินหายตัวไป นางโบตั๋นขาวก็กินยาวิเศษ เลิกทำอาชีพนางบำเรอ และถือศีลกินเจ ปฏิบัติธรรมตลอดไป

พอลื่อทงปินไปพบอาจารย์ฮั่นเจ็งลี้ที่ทะเลสาบทงเท่งโอว เซียนทั้งหมดก็ขี่เมฆไปคำนับอาจารย์ใหญ่ หลี่เหลากุง และแต่งตั้งให้ลื่อทงปินเป็นเซียนองค์ที่สาม

ที่มา – เทพเจ้าจีน – Chinese Gods