อนันตนาคราช ต้นตระกูลแห่งนาคทั้งปวง

วันนี้ถึงคิวของพญาอนันตนาคราชที่ผมจะมาแปลประวัติท่านให้ทุกคนได้อ่านกันนะครับ ประวัติที่แปลเอามาจาก wikipedia ภาษาอังกฤษนะครับ หากแปลผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้นะที่นี้ด้วยนะครับ

พญาอนันตนาคราชคุ้มครองพระกฤษณะในอ้อมกอดของท้าววสุเทพผู้เป็นบิดา เพื่อเดินทางข้ามแม่น้ำยมุนา

ในศาสนาฮินดู เศษชะ หรือที่เราได้ยินในอีกชื่อหนึ่งว่า เศษนาค หรือ อธิเศษชะ ท่านเป็นพญานาคที่เป็นราชาแห่งนาคทั้งปวง และเป็นหนึ่งในปฐมชีวิตแห่งการสร้างโลก (หรือ จักรวาล) ในคัมภีร์ปุราณะ ระบุว่า แม่เบี้ยของเศษชะนั้นเป็นที่อยู่ของดวงดาวทั้งหมดในจักรวาล และเศษชะเองนั้นก็ร้องเพลงสรรเสริญพระวิษณุต่อเนื่องยาวนานอย่างไม่รู้จบจากปากของทุกเศียร บางครั้งท่านก็ถูกเรียกในนามว่า อนันตะ-เศษชะ ที่แปลว่า เศษชะที่ไม่รู้จบ หรือ อธิเศษชะ ที่แปลว่า เศษชะลำดับแรก คัมภีร์นี้ยังกล่าวอีกว่าเมื่อ อธิเศษชะ คลายตัวเวลาจะดำเนินไปข้างหน้าและการสร้างสรรค์ (จักรวาล) จะเกิดขึ้น แต่เมื่่อท่านหดตัวจักรวาลก็จะสิ้นสุดลง

พระวิษณุมักจะปรากฏกายในลักษณะที่บรรทมอยู่บนกายของเศษชะ เศษชะจึงถูกนับถือในฐานะบริวารของท่านและบางครั้งก็ถือว่าเป็นตัวแทนแห่งพระวิษณุ ในคัมภีร์กล่าวว่าท่านลงมาอวตารเป็นมนุษย์บนโลก 2 ครั้ง ครั้งแรกเป็นพระลักษมณ์ น้องชายของพระราม และ พระพลราม พี่ชายของพระกฤษณะ

คำว่า เศษชะ ในภาษาสันสกฤต โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวกับความรู้ทางด้านคณิตศาสตร์นั้นมีความหมายว่า เศษ หรือ ซึ่งก็เหมือนกับการที่ท่านเป็นส่วนที่หลงเหลืออยู่เมื่อจักรวาลสิ้นสุดลง แต่ก็ยังมีอีกความหมายนึงที่แปลว่า “เหลือเศษ 6” ซึ่งก็อาจผูกเรื่องได้อีกว่าท่านมักจะปรากฏกายในลักษณะที่มีหลายเศียร (5 – 7 เศียร)

sheshashayi_-_laxminarayan_by_dhurandhar_mv

รูปลักษณ์ที่ปรากฏ

เศษชะโดยปกติจะปรากฏในลักษณะใหญ่โต ล่องลอย และขดตัวในจักรวาล หรือ ลอยอยู่บนเกษียรสมุทร โดยทำร่างกายตัวเองให้เป็นเหมือนเตียงให้พระวิษณุบรรทม บางครั้งท่านปรากฏกายในลักษณะพญานาค 5 เศียร 7 เศียร หรือเป็นพันๆ เศียร และในบางครั้งแต่ละเศียรก็มีมงกุฏที่งดงามสวมอยู่ด้วย

ชื่อของท่านที่แปลว่า “ส่วนที่เหลืออยู่” (เศษ) นั้นเป็นเพราะว่า เมื่อโลกถูกทำลายหลังจากกัลป์นั้น เศษชะก็ยังคงอยู่ (ไม่ถูกทำลายไปด้วย)

ในคัมภีร์ ภควคีตา บทที่ 10 บทกวีที่ 29 ขณะที่พระกฤษณะกำลังอธิบายการปรากฏกายของท่าน 75 แบบ ท่านบอกว่า

“anantaś ca asmi nāgānāṁ”: หากเราปรากฏเป็นนาค เราคืออนันตะ

ใน มหาภารตะ เศษชะนั้นเกิดเป็นลูกของนักปราชญ์คาสยัป (Kashyap) และภรรยาของเขามีนามว่ากาดรู (Kadru) กาดรูให้กำเนิดงูหนึ่งพันตัว ซึ่งเศษชะนั้นเป็นลูกคนโต ซึ่งเรียงลำดับการเกิดได้ดังนี้ เศษชะ, วาสุกรี, ไอราวะตา และ ทักชะกะ น้องของเศษชะส่วนใหญ่นั้นมีนิสัยโหดร้ายและชอบทำร้ายกันเอง และมักแสดงความไม่เป็นมิตรต่อครุฑ ซึ่งเป็นลูกพ่อตนเองกับภรรยาอีกคนที่ชื่อ วินาธา (Vinatha) น้องสาวของกาดรู (กาดรูและวินาธาเป็นลูกสาวของดักชา)

เศษชะนั้นรังเกียจพฤติกรรมที่โหดร้ายของน้องทั้งหลายของตน จึงได้จากแม่และญาติของตนเองไปบำเพ็ญตบะอย่างเข้มข้น ท่านลอยอยู่บนอากาศทำสมาธิอยู่ในหลายสถานที่ได้แก่ กันดามดานา (Gandhamadhana) บาดิกาชามา (Badrikashrama) โกคานา (Gokarna) พุชคารา (Pushkara) และ หิมาลัย การบำเพ็ญตบะของท่านเข้มข้นมากถึงขนาดทำให้ร่างกายท่านเหี่ยวแห้งจนติดกระดูก พระพรหมเห็นในจิตใจอันมุ่งมั่นในการบำเพ็ญตบะของเศษชะดังนั้น ท่านจึงให้เศษชะขอพรได้ 1 ข้อ เศษชะจึงของให้ท่านนั้นสามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้เพื่อจะได้สามารถบำเพ็ญต่อไปได้ พระพรหมพอใจมากและได้ให้พรนั้นแก่เศษชะ จากนั้นพระพรหมก็ขอให้เศษชะลงไปใต้พิภพซึ่งตอนนี้นั้นมีความไม่มั่นคงอยู่ และขอให้เศษชะทำให้ใต้พิภพเกิดสมดุลและมั่นคงอีกครั้ง เศษชะตกลงและลงไปใต้ภิภพ ปรับสมดุลโลกด้วยแม่เบี้ยของตัวเอง ซึ่งทุกวันนั้นก็ยังเชื่อว่าแม่เบี้ยของท่านก็ยังช่วยพยุงโลกอยู่ ดังนั้นโลกใต้ภิภพ (โลกบาดาล) จึงเป็นที่อยู่ของเศษชะตลอดกาล

raja_ravi_varma_seshanarayana_oleographic_print

เศษชะนั้นปรากฏตัวอยู่บนมหาสมุทรด้วยเช่นกัน โดยทำร่างกายตัวเองให้เป็นเตียงให้พระวิษณุบรรทม เป็นที่รู้กันว่าท่านเป็น อธิเศษชะ (งูตัวแรก) และท่านก็เป็น อนันตะเศษชะ หรือ เรียกสั้นๆ ว่า อนันตะ (ไม่รู้จบ, ถึงแม้โลกและจักรวาลจะถูกทำลายเมื่อสิ้นกัลป์ท่านก็ยังคงอยู่)

ผู้ที่เคารพนับถือเศษชะ มักเรียกเศษชะว่า สันคาชานา เปรียบท่านเป็นเหมือนพลังแห่งความสมดุลของพระนารายณ์ และกล่าวกันว่าท่านอาศัยอยู่ในโลกใต้พิภพชั้นลึกสุด ซึ่งมีพญานาคที่มีอัญมณีประดับที่เศียรอาศัยอยู่มากมายโดยที่สันคาชานา นั้นเป็นราชาผู้ปกครอง กล่าวกันว่าท่านมีชีวิตอยู่ก่อนจักรวาลจะถือกำเนิด เมื่อจักรวาลจะถึงจุดจบ ท่านจะสร้างพระรุทธระ 11 องค์ เพื่อทำลายจักรวาลเพื่อสร้างใหม่

123.jpg
ท่านขยายตัวเองออกมาในลักษณะ garbhodakshayi-vishnu ในตอนที่กำลังสร้างจักรวาลเพื่อที่จะให้กำเนิดพระพรหม หรืออีกในหนึ่ง องค์สันคาชานาก็คือพระนารายณ์นั่นเอง