เจียงจื่อหยา – ความหวังแห่งราชวงศ์โจว

เจียงจื่อหยา (ตามสำเนียงกลาง) หรือ เกียงจูแหย (ตามสำเนียงฮกเกี้ยน จีน: 姜子牙; พินอิน: Jiāng Zǐyá) หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ เจียงไท่กง เป็นนักยุทธศาสตร์คนสำคัญของโจวเหวินหวังและโจวอู่หวัง ผู้นำในการก่อรัฐประหารเพื่อล้มล้างราชวงศ์ซาง และสถาปนาราชวงศ์โจวขึ้น มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 3,000 กว่าปีที่แล้ว

ในปัจจุบัน นักประวัติศาสตร์ และนักวิชาการ หลายสำนักต่างลงความเห็นว่า เจียง จื่อหยา คือ 1 ใน 2 นักยุทธศาสตร์การสงครามที่เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์จีน โดยอีกผู้หนึ่งได้แก่ เตียวเหลียง (มีชีวิตอยู่ในสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก เป็นคนละคนกับเตียวเหลียงในเรื่องสามก๊ก) เสนาบดีแห่งราชวงศ์ฮั่นของหลิวปัง หรือปฐมจักรพรรดิฮั่นเกา ซึ่งบางตำราอ้างว่าเตียวเหลียงศึกษาการสงครามมาจากตำราพิชัยสงครามที่ เจียงจื่อหยา เขียนขึ้น

หยวนสื่อเทียนจุน

ในตำนานห้องสิน (ตำนานการสถาปนาเทวดา) กล่าวว่าหยวนสื่อเทียนจุนหนึ่งในเทพเจ้าสูงสุดของลัทธิเต๋า ท่านปกครองเขาคุนหลุนอยู่ ท่านก็มีศิษย์มากมาย เจียงจื่อหยาเองก็เป็นหนึ่งในศิษย์ของท่าน เจียงจื่อหยาเป็นศึกษาวิชาอยู่กับท่านเทียนจุนมานานแต่ก็ไม่บรรลุเป็นเซียนซักทีจึงเข้าไปถามอาจารย์ เพื่อหวังจะทราบว่าอะไรเป็นอุปสรรคทำให้เขาไม่สามารถบรรลุเป็นเซียนได้ หยวนสื่อเทียนจุนท่านตอบว่า “ชะตาของเจ้านั้นยังไม่ถึงเวลาที่จะบรรลุธรรม ดวงชะตาของเจ้ากำหนดให้เจ้าต้องได้รับเกียรติยศและชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ในโลก” เจียงจื่อหยาถูกกำหนดให้ต้องช่วยเหลือในการก่อตั้งราชวงศ์โจวเหมือนกับเทพเจ้านาจา เมื่อหยวนสื่อเทียนจุนกล่าวจบก็ได้กล่าวลากับเจียงจื่อหยาศิษย์ของท่าน จากนั้นเจียงจื่อหยาก็ลงจากเขาคุนหลุน และก็ได้รับราชการในราชวงศ์ซางในเวลาต่อมา

เจียงจื่อหยา เป็นขุนนางในราชวงศ์ซาง แต่ทนความโหดร้ายในการปกครองของอ๋องโจ้ว ผู้ปกครองแห่งราชวงศ์ซางไม่ไหว จึงเร้นกายมาพำนักที่ชนบทห่างไกลแห่งหนึ่งริมแม่น้ำเว่ยสุ่ย (ปัจจุบันอยู่ในมณฑลส่านซี)

ในประวัติศาสตร์บันทึกว่า ในขณะเดินทางไปล่าสัตว์ โจวเหวินหวังได้พบกับเจียง จื่อหยาในวัย 80 ปี กำลังนั่งตกปลาโดยที่ไม่มีเหยื่อ เขาจึงเข้าไปทักทายอย่างสุภาพแล้วถามว่า “ท่านมีความสุขในการตกปลาหรือไม่” เจียงจื่อหยาได้ตอบว่า ‘บุคคลที่น่ายกย่องที่แท้จริงนั้น คือผู้ที่มีความสุขในการที่ทำให้ความมุ่งมั่นนั้นสำเร็จ การตกปลาของข้าพเจ้าก็เช่นกัน’ เมื่อสนทนาด้วย ทำให้โจวเหวินหวังพบว่านี่คือคนที่ปู่ของตนตามหา ซึ่งบุคคลสำคัญที่จะสามารถช่วยโค่นล้มทรราชได้ ดังนั้นโจวเหวินหวังจึงได้เชิญเจียง จื่อหยาไปรับตำแหน่งที่สำคัญและขนานนาม ให้ว่า เจียงไท่กงหวั่ง ต่อมาได้ย่อให้เป็น ไท่กงวั่ง (จีน: 太公望; พินอิน: Tàigōng Wàng) มีความหมายว่า ความหวังแห่งราชวงศ์โจว แต่โดยทั่วไป มักจะรู้จักกันในนาม เจียงไท่กง

เมื่อโค่นราชวงศ์ซางลงแล้ว เจียงจื่อหยา ได้รับการแต่งตั้งเป็นอัครมหาเสนาบดีแห่งราชวงศ์โจว และได้รับแคว้นฉีไปปกครอง ซึ่งเจียง จื่อหยาได้ช่วยสร้างความเจริญให้แก่บ้านเมืองมาก ทั้งด้านการเมือง การปกครอง และศิลปวัฒนธรรม จนเป็นราชวงศ์ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์จีน

จนมีคำกล่าวว่า แท้จริงแล้ว บุคคลที่เป็นทั้งเป็นบิดาและเจ้าแห่งตำราพิชัยสงครามในประวัติศาสตร์จีนคนแรกคือ เจียง จื่อหยา ซึ่งเขาได้เขียนตำราพิชัยสงครามไว้เล่มหนึ่งชื่อว่า หกความลับแห่งยุทธศาสตร์ (นอกจากนี้ ยังมีข้อสันนิษฐานว่า ตำราสามยุทธศาสตร์ของหวางสือกง แท้จริงแล้ว อาจเป็นงานของ เจียง จื่อหยา)

ในด้านงานเขียนนั้น เจียงจื่อหยา ได้ปรากฏอยู่ในวรรณกรรมจีนโบราณเรื่องห้องสิน ในฐานะผู้สั่งประหารนางต๋าจีซึ่งเป็นนางจิ้งจอกพันปีแปลงกายมาล่อลวงจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ซางให้ลุ่มหลงในอำนาจและกามรมณ์ จนนำไปสู่การก่อรัฐประหารโค่นล้มราชวงศ์ในที่สุด นอกจากนี้ ตามตำนานยังได้กล่าวว่า เจียงจื่อหยาเป็นผู้ที่มีความอดทนสูง จากการที่นั่งตกปลารอผู้ต้องการตัวไปช่วยเหลือเป็นเวลานานถึงกว่า 50-60 ปีเลยทีเดียว ซึ่งเรื่องราวการนั่งตกปลาของเจียงจื่อหยานี้ได้เป็นที่มาเป็นภาษิตจีนที่ว่า “ไท่กงตกปลา” (太公钓鱼, ไท่กงเตี้ยวอี๋ว์) ที่มีความหมายถึง “ทั้ง ๆ ที่รู้แต่ก็ยินยอมติดกับดักที่ผู้อื่นวางไว้”

มีเรื่องเล่าเสริมว่า ตอนที่จีฟา บุตรของจ้าวแคว้นฉีจีชางพบเจียงจื่อหยานั่งตกปลาอยู่ จีฟาสังเกตว่าท่านผู้เฒ่าคนนี้ตกปลาโดยไม่ใช้เหยื่อและขอเบ็ดอยู่ก็ฉงนนักจึงได้เข้าไปสนทนาด้วย จึงทราบว่าท่านผู้เฒ่าคนนี้ต้องเป็นคนที่มาช่วยพ่อของตนโค่นล้มโจ้วอ๋องตามคำทำนายแน่นอน จึงรีบไปบอกพ่อของตนเพื่อมาเชิญเจียงจื่อหยามาช่วยรบกับโจ้วอ๋อง เมื่อจีชางเดินทางมาถึง ก็ได้ไปเชิญเจียงจื่อหยาขึ้นเกี้ยวเปล่าเทียมม้าเพื่อรับเจียงจื่อหยาไปยังแคว้นฉีของตน เจียงจื่อหยาก็ได้ตอบตกลงที่จะช่วยจีชางรบกับโจ้วอ๋องพร้อมกับก่อตั้งราชวงศ์โจว ท่านได้ขึ้นเกี้ยวไป เมื่อขึ้นเกี้ยวแล้วเจียงจื่อก็สั่งแล้วปลดม้าเทียมเกี้ยวออก จีชางรู้สึกไม่เข้าใจการกระทำของเจียงจื่อหยานักแต่ก็สั่งให้ทหารทำตาม แล้วก็ถามเจียงจื่อหยาว่า “ท่านเอาม้าเทียมเกี้ยวออกแล้ว เกี้ยวจะเดินทางยังจุดหมายได้อย่างไร” เจียงจื่อหยาบอกว่า “ขอให้ท่านนั่นแหละลากเกี้ยวของเราแทนม้า” จีชางก็ตกใจกับคำตอบของเจียงจื่อหยา ผู้คนรอบด้านก็ตกใจและไม่พอใจกับคำตอบของเจียงจื่อหยา แต่กระนั้นจีชางก็คิดว่าสิ่งที่เจียงจื่อหยาบอกให้ทำต้องมีนัยยะอะไรแน่นอน ก็เลยทำตาม โดยเอาเชือกผูกเกี้ยวแล้วก็เอามาเทียมตัวเองลากเกี้ยวไป ยิ่งลากไปเรื่อยๆ ท่านจีชางก็ยิ่งเหนื่อย เดินไปอยู่นานเชือกก็ขาดลง ระยะทางที่ลากเกี้ยวหมด 800 ก้าวพอดี เจียงจื่อหยาจึงลงจากเกี้ยวแล้วกล่าวกับท่านจีชางว่า ราชวงศ์โจวที่ท่านจะก่อตั้งนั้นจะมีอายุ 800 ปี จีชางได้ยินคำทายนั้นก็ดีใจแล้วรับปากว่าจะสั่งสอนลูกหลานให้เป็นกษัตริย์ที่ดีปกครองไพร่ฟ้าอย่างเป็นธรรมทุกคน ซึ่งตามประวัติศาสตร์ก็ใกล้เคียงกับคำทำนายของเจียงจื่อหยามาก ราชวงศ์โจวมีอายุทั้งสิ้น 790 ปี ซึ่งยาวนานที่สุด ยาวนานกว่าราชวงศ์อื่นๆ ที่ปกครองแผ่นดินจีนทั้งหมด

ในปัจจุบันเจียงจื่อหยาได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักยุทธศาสตร์ที่เก่งที่สุดทั้งในประวัติศาสตร์จีนและโลกด้วย

cite: wikipedia