เทวีสุริยา อามะเทราสึ

อามะเทราสึ ถือว่าเป็นเทพที่อยู่ในตำนานศาสนาชินโตในประเทศญี่ปุ่น พระองค์คือมหาเทวีแห่งพระอาทิตย์ และเป็นมหาเทวีแห่งจักรวาลด้วย ชื่อ อามะเทราสึ (Amaterasu) มาจากคำว่า อามะเทรุ (Amateru) ที่แปลว่า “เจิดจ้าในแดนสวรรค์” ชื่อเต็มของพระองค์คือ อามะเทราสึ โอมิคามิ (Amaterasu-omikami) แปลว่า เทพสักการะผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งส่องแสงเจิดจ้าในแดนสวรรค์ จักรพรรดิของประเทศญี่ปุ่นนั้นว่ากันว่าสืบสายเลือดมาจากเทพองค์นี้เลยทีเดียว

ประวัติโดยสังเขป

ตำนานที่เก่าแก่ที่สุดของอามะเทราสึมีตั้งแต่ปี ค.ศ. 680 ยุคโคจิกิ ถึง ค.ศ. 720 ยุด นิฮอน โชคิ ซึ่งถือเป็นบันทึกเก่าแก่ที่สุดของประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ในตำนานของคนญี่ปุ่น อามะเทราสึ เทวีแห่งพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นพี่น้องกับ ซูซาโนโอะ วายุเทพ และซึคุโยมิ เทพเจ้าแห่งจันทรา ทั้ง 3 พระองค์นั้นเป็นลูกของ อิซานางิ ซึ่งถือกำเนิดตอนที่เทพอิซานางิกำลังชำระล้างร่างกายให้บริสุทธิ์หลังจากได้ลงไปนรก เพื่อไปช่วย อิซานามิ แต่ไม่สำเร็จ เมื่ออิซานางิล้างตาด้านซ้าย อามะเทราซึ ก็ถือกำเนิดขึ้น เมื่อล้างตาขวา ซึคุโยมิ ก็ถือกำเนิดขึ้น ส่วน ซูซาโนโอะถือกำเนิดจากการล้างจมูกนั่นเอง

อามะเทราซึได้เป็นเทวีแห่งพระอาทิตย์ปกครองสวรรค์และฟากฟ้า ซึคุโยมิ เทพแห่งพระจันทร์เป็นเทพผู้ปกครองราตรี ผู้ซึ่งเป็นทั้งน้องชายและสามีของเธอ ต่อมาซึคุโยมิได้ทำการสังหาร ยูเคะ โมจิ เทวีแห่งภักษาหาร เพราะรังเกียจวิธีการสร้างอาหารที่ ยูเคะ โมจิ ใช้

เมื่อความทราบถึงอามะเทราซึมหาเทวีโกรธมาก และกล่าวว่าซึคุโยมินั้นเป็นจอมมาร และได้แยกทางกับซึคุโยมิ พร้อมกับแบ่งผืนฟ้าออกเป็นกลางวันกับกลางคืน

ในบันทึกยังกล่าวถึงน้องอีกคนนึ่งของเธอ ซูซาโนโอะ ซึ่งพี่น้องทั้งสองคนนี้เป็นมีเรื่องปะทะกันตลอด ครั้งหนึ่งเมื่อซูซาโนโอะกำลังจากลงจากสวรรค์ตามคำสั่งของ อิซานางิ ผู้เป็นพ่อ ซูซาโนโอะอยากจะกล่าวลากับอามะเทราซึพี่สาวของตัว อามะเทราซึได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสงสัยและมิอยากรับคำกล่าวลา แต่เมื่อซูซาโนโอะได้แสดงความจริงใจว่าจะกล่าวลาด้วยการแข่งขันกันด้วยพิธีกรรมอย่างหนึ่ง อามะเทราสึ จึงตกลงรับคำ

พิธีการกล่าวลาของทั้งคู่คือพิธีให้กำเนิดเทพ และ เทวี ด้วยการที่ให้แต่ละฝ่ายเอาของอย่างนึงของอีกฝ่ายมาให้กำเนิดเทพ และ เทวี อามะเทราซึได้ให้กำเนิดเทวี 3 องค์ จากดาบของซูซาโนโอะ ส่วน ซูซาโนโอะให้กำเนิด เทพ 5 องค์ จากสร้อยคอของอามะเทราซึ อามะเทราซึกได้กล่าวว่า เทพทั้ง 5 องค์ที่ถือกำเนิดจากสร้อยคอนี้เป็นของพระองค์เพราะสร้อยคอนี้เป็นของเธอ ส่วนเทวี 3 องค์ที่ถือกำเนิดจากดาบของซูซาโนโอะนี้เป็นของซูซาโนโอะ และอามะเทราซึได้ตัดสินว่าการแข่งขันครั้งนี้เธอชนะ เพราะว่าดาบของซูซาโนโอะให้กำเนิดผู้หญิง แต่สร้อยคอของเธอให้กำเนิดผู้ชาย ซึ่งทั้งคู่พอใจกับคำตัดสินนั้น

เหล่าเทพเทวาร้องรำทำเพลงเพื่อเป็นอุบายให้เทวีอามาเทราสึออกมาจากถ้ำ

แต่ว่าต่อมา ซูซาโนโอะ กลับไม่พอใจขึ้นมาในภายหลังและได้อาละวาด ทำลายไร่นาของอามะเทราสึ ขว้างม้าที่ถูกถลกหนังเข้าไปในห้องของเธอและฆ่าบริวารของเธอไป 1 ตน เพราะความโกรธ อามะเทราซึรู้สึกโกรธและเศร้ามากจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอจึงหนีไปซ่อนในถ้ำ อามะ โนะ อิวาโตะ (Ama-no-Iwato) ซึ่งแปลว่า ถ้ำหินแห่งแดนสวรรค์ ดังนั้นเมื่อเธอไปซ่อนในถ้ำพระอาทิตย์ก็ได้หายไปจากโลกด้วย (เพราะเธอเป็นเทวีแห่งพระอาทิตย์) โลกซึ่งไม่ดีดวงอาทิตย์นั้นอยู่กันอย่างยากลำบากแร้นแค้น แต่สุดท้ายเหล่าเทพและเทวีทั้งหลายก็ร่วมมือกันเกลี้ยกล่อมและใช้อุบายทั้งหลาย ทำให้อามะเทราซึออกมาจากถ้ำได้สำเร็จ

เหตุการณ์ในครั้งนี้ ซูซาโนโอะ ถูกลงโทษด้วยการโดนขับไล่ออกจากสวรรค์ แต่ท้ายที่สุดแล้วทั้งคู่ก็ได้ทำความเข้าใจกันและอภัยให้แก่กัน ซูซาโนโอะได้ให้ดาบ คุซานางิ โนะ ซึรูงิ (Kusanagi-no-Tsurugi) เพื่อเป็นของขวัญแห่งการคืนดี

ตามตำนานกล่าวไว้ว่า อามะเทราซึ ได้ยกของศักสิทธิ์ 3 อย่างให้กับ นินิงิ หลานของเธอ อันประกอบไปด้วย กระจกยาตะ ลูกแก้วมากะทามะ และดาบคุซานางิ โนะ ซึรูงิ ซึ่งทั้ง 3 สิ่งนี้ถือเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของประเทศญี่ปุ่น

เครื่องราชกกุธภัณฑ์ของประเทศญี่ปุ่น

การบูชาเทวีสุริยา

ศาลเจ้าอิเสะที่อยู่ในเมืองอิเสะ บนเกาะฮอนชู ด้านในของศาลเจ้านี้ ก็มีอีกศาลเจ้าหนึ่งตั้งอยู่ คือ ศาลเจ้าไนคุ ซึ่งใช้ในการบูชา เทวีอามะเทราสึโดยเฉพาะ ของศักสิทธิ์ของเธอทั้ง 3 อย่างว่ากันว่าถูกเก็บอยู่ในศาลเจ้าแห่งนี้ ที่ศาลเจ้านี้พิธีเฉลิมฉลองที่มีชื่อว่า ชิกิเน็น เซ็นงุ จะถูกจัดขึ้นทุกๆ 20 ปี เพื่อเป็นเกียรติแก่มหาเทวีอามะเทราซึ สิ่งก่อสร้างของศาลเจ้าหลังหลักได้ถูกทำลายไปและได้สร้างใหม่ในสถานที่ข้างๆ กัน เสื้อผ้าชุดใหม่และอาหารจะถูกนำมาถวายแก่มหาเทวี พิธีกรรมนี้ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาในศาสนาชินโตตั้งแต่ปี ค.ศ. 690

การบูชามหาเทวีอามะเทราซึนั้นถูกแยกออกจากการบูชาเทพองค์อื่นของญี่ปุ่น ซึ่งอธิบายได้ว่าการบูชาพระองค์นั้นอาจเกี่ยวข้องกับความเชื่อของการบูชาพระอาทิตย์ของศาสนาที่เคารพนับถือพระอาทิตย์ก็ได้

จบแล้วครับบทความอันแรกของผม ตอนแรกว่าจะใช้เวลาแปลสักครึ่งชั่วโมง เอาไปเอามา ปาไป 2 ชั่วโมงเลย เพลินกันเลยทีเดียว